Categories
Inspiration Work

แชร์ความรู้จากคอร์สของ ดร. เจมส์ James Nitit C.A.L.I.B.R.E. Cultivating and Laddering Into Brilliant Real Entrepreneur ถนนธุรกิจ เดินไม่ผิด ชีวิตไม่พลาด

“ลำกล้องของคุณใหญ่แค่ไหน”

เป็นคำถามแรกที่ ดร. เจมส์ Dr. James Nitit ถามผู้เรียนซึ่งส่วนใหญ่ทำธุรกิจและเป็นเจ้าของกิจการ ในคลาสคาลิเบอร์ (C.A.L.I.B.R.E. Cultivating and Laddering Into Brilliant Real Entrepreneur) ถนนธุรกิจ เดินไม่ผิด ชีวิตไม่พลาด

คำถามนี้ใช้เพื่อประเมินความสามารถของตัวเราเอง

หากเราประเมินว่าตนเองเป็นปืนกระบอกใหญ่

ลูกกระสุน ซึ่งก็คือความสามารถของเรามีขนาดที่สอดคล้องกับลำกล้องของกระบอกปืนหรือไม่

ดร. เจมส์แนะนำให้เรามองตัวเองด้วยความเป็นจริง รู้จักประเมินตนเอง และเรียนรู้ที่จะพัฒนา

ดิฉันได้รู้จัก ดร. เจมส์ เมื่อ 2 ปีก่อน ได้ติดตามผลงาน และเรียนรู้จากท่านผ่านคอร์สฟรีใน Facebook รู้สึกชื่นชมในความรู้รอบด้านจิตวิทยาการตลาดและกลยุทธ์การทำธุรกิจ จึงตัดสินใจสมัครเรียน เมื่อได้สัมผัสกับอาจารย์ในคอร์สเต็ม ๆ ดิฉันประทับใจในความเป็นมืออาชีพและการทุ่มเทกับการสอน หลักสูตร C.A.L.I.B.R.E. เป็นคอร์สที่ ดร. เจมส์ สอนให้เป็นวิทยาทานสำหรับนักเรียนเก่าของท่าน ความเข้มข้นของหลักสูตรนี้ เรียนต่อเนื่องยาวนานถึง 13 ชั่วโมง มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง “ผู้ประกอบกิจ” ที่โดดเด่นโดยเรียนรู้กลยุทธ์ การสร้างความสำเร็จด้านธุรกิจจากการเป็นตัวตนโดยเนื้อแท้ Review New Thingz จะมาแชร์สิ่งที่ได้เรียนรู้จากคอร์สนี้ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ต่อสาว ๆ ในอนาคตนะคะ

สิ่งที่ได้เรียนรู้ จากหลักสูตรนี้ คือ องค์ประกอบ ของ “ผู้ประกอบกิจ” (คำที่ ดร. เจมส์ ใช้เรียนผู้ประกอบการ ที่มีกิจต้องทำ เพื่อแก้ปัญหาและสนองความต้องการของลูกค้า) ธุรกิจที่ดีควรเริ่มจาก ความเข้าใจว่า “ธุระของเขา คือกิจของเรา” การทำธุรกิจ ควรเริ่มจากเข้าใจปัญหาของลูกค้า ไม่ใช่เริ่มจากความพึงพอใจของเรา

ที่มา: Dr. James Nitit

นอกจากนี้ การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง โดยคัดกรองคน เป็น 5 ประเภท ได้แก่

  1. ดูเหมือนดาวรุ่งไม่พุ่งสักทาง
  2. ทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์
  3. ว่าร้ายกล่าวโทษเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
  4. เกิดมาข้างคล้ายคน 3 คนแรก
  5. มีสติแบ่งแยกผิดชอบชั่วดี

มีความสำคัญมาก ดร. เจมส์ เน้นย้ำว่า คน 4 ประเภทแรก เราควรหนีให้ไกลเพราะจะนำแต่สิ่งที่เลวร้ายมาให้ ดังนั้นเราควรอยู่ร่วมกับคนในกลุ่ม 5 เท่านั้น หากทำสิ่งที่ถูกต้อง อยู่กับกลุ่มคนที่ถูกต้อง แล้วผลลัพธ์จะดีเอง

การคัดกรอง ดูได้จาก 9 ลักษณะ (สิ่งที่คนเขลา ดูเบาเรื่องคบคน) ของคนที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับเราได้แก่

1. ต้นทุนน้อยที่สุด คือจุดที่รู้จักกันครั้งแรก–เมื่อเริ่มรู้จักกัน การสร้างความประทับใจครั้งแรกสำคัญที่สุด

2. เข้าใจคุณค่าไม่ถูกต้อง ชีวิตพร่องหมู่มิตร–หากเราประเมินค่าตัวเองสูงกว่าเขาเราก็จะข่ม ทำให้เสียมิตร

3. ไม่หวังผลประโยชน์จากมิตร ชีวิตจะถูกเพิ่มค่า–เราควรยื่นความช่วยเหลือ ตามความสามารถของเรา

4. เราได้เปรียบเสมอ ถ้าเจอประโยชน์ให้มิตรก่อน–เมื่อเราช่วยเหลือใครอย่างจริงใจ หากเจอคนที่เป็นมิตรดี เขาจะช่วยเรากลับ

5. สัจจะ ให้เกียรติและถ่อมตน จะออกผลเป็นกิตติศัพท์–การถ่อมตนมีแต่คนรักและเมตตา 

6. ตีราคาตัวเองเกินพอดี เพื่อนดีอาจหนีหาย– เพื่อนจะหนี หากเราทำไม่ได้อย่างที่พูด

7. เข้าหามิตรแค่ตอนเดือดร้อน จะสะท้อนว่าเราไร้ค่า– จงคิดให้หนักหากจะไปขอความช่วยเหลือใคร

8. มิตรแท้จะสูญหาย หากเราเป็นคนหลายรูปแบบ–จงเป็นคนที่สอดคล้อง มิฉะนั้นคนจะสับสนกับตัวตนที่แท้จริงของเรา

9. หยาบคายไร้สาระ ไม่ใช่ตรรกะของคนจริง– คนสำเร็จระดับโลกมีสติกับการพูดเสมอ เราจึงควรพูดจาสุภาพ มีสาระ มีสติกลั่นกรอง คิดถึงผลที่ตามมา

เมื่อเราคัดกรองคนที่เข้ามาอยู่ใกล้กับเราแล้ว เราต้องสร้างให้ตัวเราเป็นคนที่ใช่ สำหรับลูกค้า ด้วยการปฏิบัติตามหลัก ARIYA SATJA โดยที่ ARIYA เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตัวเราเองโดยตรง  SATJA เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราทำให้ลูกค้า  เราจะดูแลลูกค้าได้ดี ก็ต่อเมื่อเราเข้าใจตัวเอง ซึ่งรายละเอียดมีดังนี้

ที่มา: Dr. James Nitit

ARIYA คุณลักษณะที่เราควรจะเป็น

A- Appraising the aptness ประเมินตนให้กระจ่าง

R- Reinventing the versatility รู้สึกต่างเสริมความแกร่ง

I – Identifying the categories เข้าใจเล็งหมวดธุรกิจ

Y- Yearning for decipherment โหยหาคิดจนลงตัว

A- Architecting the substantiality สร้างความชัวร์ไม่เอามโน

SATJA คุณประโยชน์ที่เราให้ลูกค้า

S- Searching the opportunity หาโอกาสว่าอยู่ไหน

A- Acquiring the target คนที่ใช่สนองได้หรือ

T- Transforming the prerogative หาจุดถือประโยชน์ต่าง

J- Justifying the possibility พิสูจน์สร้างว่าโตได้

A- Accelerating the transaction เตรียมออกขายเป็นธุรกิจ

จะเห็นได้ว่าโมเดลนี้ มีความล้ำลึก และให้ความสำคัญกับการเข้าใจตัวเอง และธุรกิจของตัวเองอย่างมาก หากยังทะเลาะกับตัวเองไม่จบ อย่าคิดจะไปดูแลลูกค้า เพราะความท้าทายหรือคำสาป ที่ปิดกั้นความสำเร็จมี 5 ข้อคือ 

  1. ฟังไม่รู้ — เรื่องง่าย ๆ แต่ฟังแล้วไม่เข้า
  2. ดูไม่เห็น— มีข้อมูลทุกอย่างแต่ไม่สนใจดู
  3. คิดไม่เป็น–รู้เยอะแต่นำมาประยุกต์ไม่เป็น
  4. เข็นไม่ไป–ไม่มีแรงขับ ทำไม่ต่อเนื่อง
  5. ไร้สำนึก— ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี 

สำหรับดิฉัน คำสาปที่อยากปรับปรุงตัวเองมากที่สุด คือข้อ 3  คิดไม่เป็น หมายถึง มีความรู้มากมาย เรียนมาก็เยอะ แต่บางครั้งยังไม่สามารถตกผลึกความคิดแล้วนำไปทำประโยชน์หรือแก้ปัญหาตนเองได้  และข้อ 4 เข็นไม่ไป คือการพัฒนาตัวเองไม่ต่อเนื่อง ทำไม่สม่ำเสมอ ข้อนี้เป็นข้อที่ดิฉันรู้สึกท้าทายมาก ๆ เพราะทำงานหลากหลายบทบาท จนบางครั้งไม่สามารถโฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน ทางแก้คือการรู้จักตัวเอง และตัดสินใจทุ่มเทกับสิ่งที่เชี่ยวชาญที่สุดและสอดคล้องที่สุด

เมื่อทำลายคำสาปที่ปิดกั้นความสำเร็จของตนเองได้แล้ว หากสาว ๆ อยากจะพัฒนาตัวเองให้มีวงรัศมีแห่งเกียรติศักดิ์ และดึงดูดให้คนเข้ามาร่วมธุรกิจ สาว ๆ ควรมีคุณสมบัติดังนี้

ที่มา: Dr. James Nitit

  1. Outgrowth จงมีฝีมือสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นต่อยอดได้ 
  2. Erudition บ่มเพาะความรู้ภูมิปัญญาดั่งนักปราชญ์
  3. Paradigm มีความคิดกระบวนทัศน์รอบด้านในการต่อยอดแบบพลิกแพลงได้
  4. Behavior จริต รู้วิธีจัดการคน 9 ประเภทดังที่กล่าวมาแล้ว
  5. Consistency มีวินัย ทำต่อเนื่องเท่านั้น 

เป็นอย่างไรบ้างคะ ดิฉันหวังว่าความรู้ที่แชร์ในวันนี้ จะทำให้ทุกท่านมีมุมมองในการมองการทำธุรกิจที่แตกต่างไป โดยที่มุ่งพัฒนาตนเองและค้นพบตัวเองก่อน จากนั้นจึงส่งมอบคุณค่าที่สอดคล้องให้กับลูกค้าซึ่งมองหาการแก้ปัญหา สิ่งนี้คงจะเป็นประโยชน์หากได้นำไปปฏิบัติให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีสำหรับสาว ๆ ทุกท่านนะคะ สำหรับวันนี้ Review New Thingz ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ บัยยยยยย

Review New Thingz

Review New Thingz's avatar

By Review New Thingz

สาวไทยใจอินเตอร์ ที่มีความสุขกับปัจจุบัน ชอบกิน ชอบเที่ยว ชอบเม้าท์ ชอบแชร์ ใช้ชีวิตเต็มที่ดั่งมหารานี ในทุกบทบาท รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ ชอบพบปะผู้คน มีประสบการณ์เดินทางมากกว่า 70 เมืองใน 36 ประเทศทั่วโลก รักความเป็นไทยอย่างเต็มปรี่ แต่มีหัวใจเป็นสากล

Leave a Reply